วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต

"คีรี" เจ้าพ่อบีทีเอส เฉือน 10 ไร่เยื้องแดนเนรมิต ทุ่ม200ล้าน ตัดถนน 8 เลน แก้รถติดรัชโยธิน
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ  18 พฤศจิกายน 2559 

"คีรี กาญจนพาสน์" เจ้าพ่อบีทีเอส เฉือน 10 ไร่เยื้องแดนเนรมิต ทุ่ม 200 ล้านตัดถนน 8 เลน เชื่อมพหลโยธินทะลุวิภาวดีฯ แก้รถติดแยกรัชโยธิน เปิดใช้ฟรี ปีหน้าขึ้นโครงการอสังหาฯ 2 หมื่นล้าน ดึง "จีแลนด์-แสนสิริ" ร่วมทุน ผุดห้าง คอนโดฯหรู รับรถไฟฟ้าสีเขียว "หมอชิต-คูคต" ลุยต่อคอมเพล็กซ์หมื่นล้านอีก 2 ทำเล "พญาไท-จตุจักร" 
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังได้ร่วมทุนกับ บมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ (จีแลนด์) สัดส่วน 50 : 50 จัดตั้งบริษัท เบย์วอเตอร์ จำกัด ประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี 48 ไร่ ที่เคยเป็นที่ตั้งโครงการบางกอกโดม ตรงข้ามแดนเนรมิตเดิม ด้วยวงเงิน 7,350 ล้านบาท เมื่อปี 2557

เฉือนที่ 10 ไร่ทำทางลัด

ล่าสุด ได้เริ่มพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในโครงการแล้ว พร้อมนำที่ดิน 10 ไร่ ช่วงระหว่างกลางก่อสร้างเป็นถนนขนาด 30 เมตร ประมาณ 7-8 ช่องจราจร เชื่อมการเดินทางจากถนนพหลโยธินซอย 19/1 ทะลุถนนวิภาวดีรังสิต ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 200 ล้านบาท

ส่วนนี้จะเปิดให้ประชาชนใช้โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่อเป็นเส้นทางลัด เลี่ยงรถติดบริเวณแยกรัชโยธิน ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะปิดการจราจร เพื่อรื้อสะพานสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยาย (หมอชิต-คูคต) วันที่ 22 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

"เรากำลังเร่งสร้างถนนให้เสร็จก่อน ให้คนได้ใช้ก่อนปีใหม่ ช่วยรัฐแก้ปัญหารถติด ส่วนการพัฒนาอสังหาฯจะเริ่มได้หลังจากนี้ มีแผนจะทำโครงการมิกซ์ยูส ทั้งห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศและคอนโดมิเนียมเกรดเอ มูลค่าลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท" นายคีรีกล่าว

ผนึกแสนสิริ-จีแลนด์

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง กล่าวเพิ่มว่า เมื่อตัดที่ดิน 10 ไร่สร้างถนนในโครงการไปแล้ว ที่ดินทำเลนี้จะเหลืออีก 38 ไร่ เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ ร่วมทุนกับกลุ่มจีแลนด์ และอาจมีผู้ประกอบการรายอื่นสนใจเข้าร่วมด้วย

อาทิ บมจ.แสนสิริ ที่ร่วมทุนกับบีทีเอส พัฒนาคอนโดฯ "เดอะไลน์" ตามแนวรถไฟฟ้าไปแล้ว ก็สนใจจะร่วมพัฒนาที่แปลงนี้ด้วย เนื่องจากเป็นทำเลศักยภาพติดถนนพหลโยธิน และห่างจากสถานีพหลโยธิน 24 ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียง 200 เมตร

"ที่มีขนาดใหญ่มาก ต้องทำแบบมิกซ์ยูสแน่นอน เราเปิดกว้างหากใครสนใจจะร่วมพัฒนา ไม่ว่าผู้ประกอบการด้านโรงแรม ออฟฟิศ หรือที่อยู่อาศัย ซึ่งแสนสิริก็สนใจ ตอนนี้ก็ร่วมกันลงทุนไปแล้ว 16 โครงการจาก 25 โครงการ มูลค่า 100,000 ล้านบาท"

เนรมิต 38 ไร่สู่มิกซ์ยูส

ด้านแหล่งข่าวใน บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง กล่าวว่า การที่บริษัทยอมเฉือนที่ 10 ไร่สร้างถนนขนาดใหญ่เป็นทางลัดการเดินทางนั้น เพราะต้องการเพิ่มมูลค่าที่ดิน หลังจากภาครัฐไม่มีแผนลงทุนในย่านนี้ ซึ่งในอนาคตทางกลุ่มบริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการดังกล่าวในรูปแบบมิกซ์ยูส เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีทุกอย่างครบ ทั้งแหล่งช็อปปิ้ง แหล่งงาน ร้านอาหาร ที่อยู่อาศัย มีถนนให้สัญจร และทางเชื่อมรถไฟฟ้า

"ถนนจะสร้างใหญ่เท่ากับถนนพหลโยธิน จะเปิดให้ประชาชนใช้ก่อน ส่วนจะยกให้รัฐหรือเก็บค่าใช้ทางหรือไม่ อยู่ที่นโยบายผู้บริหาร ตอนนี้คุณคีรีคิดคอนเซ็ปต์กว้าง ๆ ไว้แบบนี้ เหมือนเมืองทองธานีที่ตัดถนนและพัฒนาเป็นเมืองขึ้นมา"

ได้ฤกษ์ลุย 2 ทำเลทอง

นอกจากนี้ นายกวินเปิดเผยอีกว่า ในเร็ว ๆ นี้จะลงทุนพัฒนา 2 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท แปลงแรกเป็นที่ดินพญาไทติดรถไฟฟ้าบีทีเอส พื้นที่ 6 ไร่เศษ จะร่วมกับ บมจ.ยู ซิตี้ (บมจ.แนเชอรัลพาร์คเดิม) พัฒนาเป็นมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ สูง 50 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 100,000 ตารางเมตร มีร้านค้า สำนักงานเกรดเอ โรงแรม อาคารจอดรถ มูลค่า 6,000 ล้านบาท อีก 3 เดือนจะเริ่มตอกเสาเข็ม ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี กำหนดเสร็จปลายปี 2563

แปลงที่ 2 เป็นที่ดินจตุจักร-หมอชิต ยังเหลือ 11 ไร่เศษ จากการพัฒนาคอนโดฯเดอะไลน์ บริษัทจะลงทุนเองทำเป็นอาคารประเภทมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ สูง 40-50 ชั้น เท่ากับตึกทหารไทย จำนวน 2 อาคาร พื้นที่ใช้สอยรวม 100,000 ตร.ม. ที่นี่จะมีทุกอย่าง ระหว่างนี้รอการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2560 ใช้เวลา 42-48 เดือน ตามแผนจะแล้วเสร็จปลายปี 2564



เริ่ม 22 พ.ย.นี้ ทดลองปิดสะพานรัชโยธิน ปิดจริง 26 พ.ย.ยาว 2 ปี แนะใช้ 5 เส้นทางเลี่ยง



16  พฤศจิกายน 2559 

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า การปิดการจราจรบนสะพานรัชโยธิน จะแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1) วันอังคารที่ 22 และวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเวลา 15.00 น 
2) วันพฤหัสบดีที่ 24 และวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 17.00 น.และ 3) วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2559 ปิดเพื่อรื้อสะพานรัชโยธิน ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป

และเพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรอันเนื่องมาจากการปิดรื้อสะพานรัชโยธินดังกล่าวให้น้อยที่สุด รฟม.ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับขยายช่องทางจราจรทางราบบนถนนรัชดาภิเษกบริเวณสี่แยกรัชโยธิน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพิ่มอีก 1 ช่องทาง รวมเป็น 3 ช่องทาง และทำช่องกลับรถเพิ่มในถนนรัชดาภิเษกฝั่งศาลอาญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทางราบให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ได้มากขึ้น




นอกจากนี้ รฟม.ยังได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างบริเวณสี่แยกรัชโยธิน 5 เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางที่ 1 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 21 ออกไปยังซอยวิภาวดี 30

เส้นทางที่ 2 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 23 ออกไปยังซอยวิภาวดี 32

เส้นทางที่ 3 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 46 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 33

เส้นทางที่ 4 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยรัชดาภิเษก 48 และ 46/1 ออกไปยังซอยพหลโยธิน 35

เส้นทางที่ 5 ใช้ทางเลี่ยงเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 30 ออกไปยังซอยรัชดาภิเษก 36, 32, 30

โดยเป็นตามแผนดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-คูคตจะมีการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ายกระดับช่วงระหว่างสถานีรัชโยธินกับสถานีพหลโยธิน 24 ที่ตัดผ่านสี่แยกรัชโยธินและสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนพหลโยธิน จึงมีความจำเป็นต้องรื้อสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธินออก

ซึ่งทาง รฟม.มีแผนก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางแยกในแนวถนนรัชดาภิเษกทดแทน ควบคู่กับการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนว ถนนพหลโยธินโดยใช้โครงสร้างเดียวกันกับทางวิ่งยกระดับของรถไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการจราจรที่บริเวณแยกรัชโยธินทั้ง 2 ทิศทาง อันเป็นการแก้ปัญหาจราจรบริเวณสี่แยกรัชโยธินได้อย่างยั่งยืน โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้สั้นที่สุดในการปิดการจราจรระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการ คาดว่าใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์  






วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความคืบหน้า 2 เส้นทาง รถไฟฟ้าสีชมพู สายสีเหลือง สายสีส้ม

ที่ดินแนวรถไฟฟ้าพุ่งเท่าตัว ‘ชมพู-เหลือง-ส้ม’ร้อนแรง

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 18 พฤศจิกายน 2559 



เปิดทำเลทองจุดตัด จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าใหม่ 3 สาย “สีชมพู-เหลือง-ส้ม” ผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯแนะจับตาเมืองทองธานี, วงเวียนหลักสี่, ลาดพร้าว,พัฒนาการ, ลำสาลี, มีนบุรี, สำโรง ราคาที่ดินวิ่ง บางทำเลปรับเพิ่มเกือบเท่าตัว
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังเดินหน้าเร่งรัดดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในหลักการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) ล่าสุดขายเอกสารประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี(งานโยธา) ระยะทาง 21.2 กม. วงเงิน79,726.43 ล้านบาท เปิดรับซองวันที่31 ตุลาคม ที่ผ่านมา
รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วงเงิน 53,490 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง29.1 กม. วงเงิน 51,810 ล้านบาท โดย2 โครงการหลัง กำหนดเปิดรับซองไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนอ 3เดือน ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ทั้งนี้ ตามแผนรถไฟฟ้าสายสีส้มคาดว่าจะลงนามและก่อสร้างได้ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนสายสีชมพูและสีเหลือง จะลงนามและก่อสร้างได้ในเดือนเมษายน 2560
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และผู้เชี่ยวชาญด้านประเมินทรัพย์สิน เปิดเผยว่า ในโครงการรถไฟฟ้า 3 สายใหม่ที่เปิดประมูลนั้น สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นเส้นทางที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะแนวเดินรถจะวิ่งผ่านจากถนนลาดพร้าวเข้าบางกะปิ และไปสิ้นสุดที่สำโรง ถือว่าเป็นเส้นทางใกล้เมืองเท่ากับสายสีน้ำเงินและแหล่งงาน นอกจากนี้ในอนาคตจะมีศูนย์คมนาคมย่านพหลโยธิน ทั้งนี้ ทำเลจุดตัด จุดเชื่อมที่น่าสนใจคือ รัชดาฯ-ลาดพร้าว โดยเฉพาะช่วงต้นๆลาดพร้าว ปัจจุบันราคาที่ดินติดถนนใหญ่ประมาณ 4-5 แสนบาทต่อตารางวา ในซอยประมาณ 2-3 แสนบาทต่อตารางวา แต่ปัญหาคือที่ดินหายาก
อีกทำเลที่น่าจับตาคือ ย่านพัฒนาการ ปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ซื้อที่ดินแปลงใหญ่ขนาด 100 ไร่ ขึ้นโครงการหลายราย ผังเมืองย่านนี้ ย.4 เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย สร้างคอนโดฯได้สูงไม่เกิน 8 ชั้น รวมไม่เกิน 1 หมื่นตารางเมตร ราคาที่ดินประมาณ 2.5 แสนบาทต่อตารางวาแต่ในอนาคตคาดว่าพื้นที่นี้อาจจะได้ปรับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ย.5 หรือ ย.6

บทความที่เกี่ยวข้อง 

ขายที่ดินติดถนนศรีนครินทร์-แบริ่ง ติดรถไฟฟ้าสีเหลือง(ลาดพร้าวสำโรง)



“คีรี”ลั่นพร้อมชิงประมูล 2 เส้นทาง 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 





"คีรี" จับมือพันธมิตรชิงประมูลรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพู คาดใช้เงินลงทุนกว่า 8 หมื่นล้าน พร้อมยื่นข้อเสนอพิเศษนอกเหนือทีโออาร์เชื่อม "อิมแพค"














บีทีเอส-ช.การช่างชิงดำรถไฟฟ้า 
รายงานข่าวจากรฟม.ระบุว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายแรกคือ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) ประกอบด้วยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส กรุ๊ป ,บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)หรือ RATCH และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ส่วนรายที่ 2 คือบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม

โดยขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 35 จะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอและเปิดซองข้อเสนอในวันที่ 17 พ.ย. นี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการดำเนินการประเมินข้อเสนอและเจรจาต่อรองกับเอกชนผู้ชนะการคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ประมาณเดือน เม.ย. 2560

ใช้รูปแบบ“พีพีพี”ทั้ง2โครงการ

รายงานข่าว ระบุว่าสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู วงเงิน 53,519.50 ล้านบาท และสีเหลืองวงเงิน 51,931.15 ล้านบาท เป็นรูปแบบพีพีพี โดยรฟม. ลงทุนด้านการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนผู้รับสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางโยธา ระบบเครื่องกลและไฟฟ้า (รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง) และให้บริการการจัดการเดินรถและบำรุงรักษา รวมถึงเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการ(PPP Net Cost) ซึ่งมีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน

ทั้งนี้ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมระบบเครื่องกลและไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือนและระยะที่ 2 งานให้บริการด้านบริหารจัดการการเดินรถและบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 30 ปี

รฟม.ยอมรับมีผู้เสนอน้อยราย

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม.อยากเห็นจำนวนผู้ยื่นข้อเสนอและการแข่งขันมากกว่านี้ แต่การประมูลครั้งนี้ถือว่ามีผู้เข้าร่วมพอสมควร และยังเห็นผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาวงการ เช่น กลุ่มราชบุรี โฮลดิ้ง

ส่วนสาเหตุที่มีผู้ยื่นซองข้อเสนอโครงการรถไฟฟ้าสีชมพูและเหลืองน้อยราย คาดว่าเป็นเพราะเอกชนผู้รับสัมปทานต้องลงทุนทั้งด้านก่อสร้างและเดินรถ ส่งผลให้มีผู้คุณสมบัติและความสามารถในการลงทุนมีจำนวนไม่มาก

อีกทั้งบางรายพิจารณาว่าการลงทุนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องระยะเวลาการก่อสร้างที่จำกัดและรายได้ที่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร อีกทั้งเอกชนต้องอาศัยเงินอุดหนุนจากภาครัฐสูงสุดไม่เกิน 20,000 ล้านบาทจึงอาจทำให้มีกำไรไม่มาก

“คีรี”ลั่นพร้อมชิงประมูล 2 เส้นทาง

ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กล่าวว่าบริษัทมีความสนใจเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ เสนอราคาที่ถูกต้องและด้วยประสบการณ์ ความชำนาญบริษัทจึงได้เสนอข้อเสนอพิเศษในการเชื่อมต่อของเส้นทางไปในจุดที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นข้อเสนอที่นอกเหนือจากทีโออาร์ที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีจุดแข็งคือเป็นผู้เดินรถลอยฟ้าที่มีความชำนาญและสามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ที่จะขายรถให้ในราคาต้นทุนที่ต่ำด้วย ในส่วนของบริษัทเองก็ได้เสนอราคาที่สมเหตุสมผลมาก โดยทั้งสองสายจะใช้เงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท

ยื่นข้อเสนอพิเศษเชื่อมต่อ 2 จุด

นายคีรี กล่าวว่าในส่วนของสายสีชมพู (แคลาย-มีนบุรี) บริษัทได้เสนอที่จะขยายเส้นทางเพิ่มเพื่อเชื่อมเข้าไปยังอิมแพค เมืองทองธานีระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร ซึ่งแผนเดิมไม่มีการเชื่อมต่อ ส่วนสายสีเหลืองบริษัทก็ได้จะขยายเส้นทางเพิ่มอีก2.6 กิโลเมตร บริเวณรัชดาแยกรัชโยธิน เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว

“ข้อเสนอดังกล่าวแม้จะไม่อยู่ในทีโออาร์ แต่จากการศึกษาพฤติกรรมของคนจากการเดินทาง ทำให้เห็นว่าการขยายเส้นทางเหล่านี้ จะสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกว่าผู้โดยสารเดินทางไปไหนบ้าง ถือเป็นข้อเสนอพิเศษของบริษัท ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้โดยสารมากในการเดินทาง ผมมีความมั่นใจบริษัทมีความชำนาญบริหารต้นทุน และความชำนาญด้านการเดินรถเป็นอย่างดี”นายคีรี กล่าวและว่าในส่วนของแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ไม่เป็นปัญหาแน่นอน เพราะขณะนี้ธนาคารต่างๆให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมเพราะต้องการให้โครงการลงทุนมีต้นทุนที่ต่ำ

ช.การช่างจับมือ BEM ร่วมประมูล

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม กล่าวว่า บีอีเอ็ม ร่วมกับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ยื่นประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง โดยช.การช่างจะรับผิดชอบด้านงานโยธา ส่วน บีอีเอ็ม จะรับผิดชอบด้านการเดินรถตามที่ถนัด

“จริงๆ ทุกเรื่องมันมีความเสี่ยงทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดเรามีความสามารถที่จะบริหารความเสี่ยงได้ ความเสี่ยงนั้นก็จะไม่มากมายสำหรับเรา การลงทุนแบบพีพีพี เนื่องจากมันมีข้อมูลที่รัฐก็เข้าใจว่ารัฐจะต้องสนับสนุนอย่างไรบ้าง จะเป็นการเยียวยาทำให้ความเป็นไปได้ทางธุรกิจมันเกิดขึ้น” นายสมบัติ กล่าว

สำหรับผู้ชนะการประมูลครั้งนี้ คือผู้ที่เสนอส่วนลดค่าชดเชยจากภาครัฐมากที่สุด เพราะฉะนั้น BEM จะเน้นโมเดลเรื่องการสร้างรายได้ เช่น การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในสถานีรถไฟฟ้าซึ่งที่ผ่านก็ประสบความสำเร็จพอสมควร และการลดต้นทุนเพื่อแข่งขันกับรายอื่น


บทความที่เกี่ยวข้อง 


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2559
7 กลุ่มบริษัทยื่นซองประกวดราคางานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กลุ่ม ช.การช่างผนึกซิโน-ไทยฯ ส่วนอิตาเลียนไทยยื่นเดี่ยวไม่ร่วมทุนรายใด รฟม.คาดเซ็นสัญญา พ.ค. ปีหน้า
แหล่งข่าวระดับสูงแผนกสื่อสารองค์กร กองสื่อสารองค์กร สำนักผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้กำหนดให้ผู้ซื้อซองเอกสารประกวดราคางานโยธาฯยื่นข้อเสนอเอกสารประกวดราคางานโยธาฯโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย -มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จำนวน 6 สัญญา ในวันที่ 31 ตุลาคม 2559
สำหรับรายละเอียดผู้ยื่นเอกสารประกวดราคาแต่ละสัญญามีดังนี้ สัญญา E1 UNDERGROUND CIVIL WORKS ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – รามคำแหง 12 ราคากลาง 20,735 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.กลุ่ม KST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2.SY-UN JOINT VENTURE โดยบริษัท ซันยอง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัดและ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
สัญญา E2 UNDERGROUND CIVIL WORKS ช่วงรามคำแหง 12 – หัวหมาก ราคากลาง 21,604 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่ม CKST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2. SY-UN JOINT VENTURE โดยบริษัท ซันยอง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัดและบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สัญญา E3 UNDERGROUND CIVIL WORKS ช่วงหัวหมาก – คลองบ้านม้า ราคากลาง 18,655 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่ม CKST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2. SY-UN JOINT VENTURE โดยมีบริษัท ซันยอง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัดและบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

สัญญา E4 ELEVATED CIVIL WORKS ช่วงคลองบ้านม้า – สุวินทวงศ์ ราคากลาง 10,025 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่มCKST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) สัญญา E5 DEPOT AND PARK & RIDE ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – สุวินทวงศ์ ราคากลาง 4,915 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่ม CKST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2. กลุ่ม CRCC-CNT JOINT VENTURE โดยบริษัท ไชน่าเรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น จำกัด และ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และสัญญา E6 TRACKWORK ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – สุวินทวงศ์ ราคากลาง 3,790 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. CKST JOINT VENTURE โดยบริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
“ขั้นตอนต่อไป รฟม. จะดำเนินการเร่งเปิดซองข้อเสนอด้านคุณสมบัติด้านเทคนิค ด้านราคา (ซองที่ 3) และคาดว่าจะลงนามสัญญาว่าจ้างผู้รับจ้างงานโยธาได้ในเดือนพฤษภาคม 2560”


วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สิ่งที่ผู้เช่าควรรู้ในการเช่าคอนโดมิเนียมหรือบ้าน




คอนโดมิเนียมคือบ้านหลังที่สอง ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของมนุษย์ทุกวันนี้
แต่เนื่องจากสภาพการจราจรในเขตต่างๆกรุงเทพฯ มีสภาพค่อนข้างแย่และทำให้เสียเวลา สุขภาพจิตกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงเวลา
เช่น วันธรรมดาในช่วงเช้า 7.00 น. - 9.00 น. ,ช่วงเย็น 5.00น. - 7.30 น.
ฉนั้นคอนโดมิเนียมจึงเป็นอีกทางเลือกของคนทำงานในกรุงเทพ รวมทั้งกลุ่มนักศึกษา, คนทำงานจบใหม่, ครอบครัวเล็ก/ใหญ่

จำนวนห้องชุดคอนโดมิเนียมมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี
เมื่อตัดสินใจได้แล้วต่อไปคือขั้นตอนการเช่าคอนโดมิเนียม

  • การทำสัญญาเช่าและวางเงินมัดจำ 
  • ควรทำสัญญาเช่าคอนโด ให้เป็นลายลักษณ์อักษร ลงชื่อทั้งสองฝ่าย
  • เตรียมสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน หรือพาสปอร์ตไว้ใช้เป็นหลักฐานในการทำสัญญาเช่า 
  • ในสัญญาควรระบุชื่อผู้เช่า/เจ้าของห้องให้ชัดเจน รายการสิ่งของต่างๆที่มีบริการไว้ในห้องพัก, ราคาเช่า, ค่าซ่อมอะไรบ้างที่ใครเป็นผู้จ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง  เช่น การติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม, เจาะทุบกำแพง เป็นต้น
  • สอบถามข้อตกลง, ระบุระยะเวลาในการเช่า, วันครบกำหนดจ่ายค่าเช่า, วิธีการจ่ายค่าเช่า, เบี้ยปรับจ่ายล่าช้า เช่น วันละ 200 บาท เป็นต้น รวมถึงเหตุที่สามารถยกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำให้ชัดเจน
  • การทำสัญญาเช่า จะมีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่าหลังเซ็นสัญญาเช่า เช่น ให้เช่า 10,000 บาท/เดือน เงินประกันที่ต้องชำระคือ 20,000 บาทและจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน เพื่อประกันความเสียหายของห้องชุดเป็นหลัก ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุค้างค่าเช่าก่อนครบสัญญา 1เดือน 
  • แจ้งการย้ายเข้าพักอาศัยกับนิติบุคคล โดยการยื่นสำเนาสัญญาเช่าและบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐานในการติดต่อหรือแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่าและนิติบุคคล
  • นิติบุคคลจะแจ้งกฎระเบียบพื้นฐานของผู้อาศัย เช่น ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น, ห้ามเลี้ยงสัตว์, ห้ามทะเลาะเบาะแว้งในสถานที่อาคาร เป็นต้น 
  • ค่าเช่ารายเดือนจะรวมค่าส่วนกลางไว้แล้ว อาจมีบางเจ้าของห้องชุดเรียกเก็บค่าเช่าอย่างเดียว ไม่รวมค่าส่วนกลางและให้ผู้เช่าจ่ายค่าส่วนกลางกับนิติบุคคลเอง (ปัจจุบันไม่น่าจะเรียกเก็บแบบนี้แล้ว)  หากมีบิลค่าส่วนกลางเรียกเก็บรวมมากับบิลค่าน้ำ ผู้เช่าชำระส่วนบิลค่าน้ำและแจ้งบิลเรียกเก็บส่วนกลางให้กับเจ้าของห้องทราบทันที
  • เบอร์ติดต่อเจ้าของบ้านหรือAgent ที่ทำสัญญาเช่า ต้องมีเก็บไว้กรณีเหตุจำเป็น หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน
  • เมื่อต้องการแจ้งเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด หรือไม่ต่อสัญญาเช่าในปีถัดไป ผู้เช่าควรแจ้งให้เจ้าของห้อง/Agent ทราบก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน เพื่อให้เจ้าของได้เตรียมเงินประกัน และผู้เช่าได้เตรียมมอบห้องเช่าคืน
  • ผู้เช่าต้องชำระบิลต่างๆก่อนย้ายออก เช่น ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า เป็นต้น รวมถึงยกเลิกการใช้บริการที่ผู้เช่าขอใช้บริการและให้ส่งบิลเรียกเก็บมายังห้องเช่านั้นๆ เช่น อินเตอร์เนต, เคเบิ้ลทีวี, บริการน้ำดื่ม, เบอร์โทรศัพท์บ้าน และอื่นๆ 

หมายเหตุ : เงินประกันความเสียหายที่จ่ายไป จะคืนให้แก้ผู้เช่าโดยปราศจากดอกเบี้ย

การส่งมอบห้องคืน เพื่อประโยชน์ของผู้เช่าที่ต้องการรับเงินประกันเต็มจำนวน 

  1. นัดหมายวันส่งมอบห้องให้ชัดเจน 
  2. ย้ายสิ่งของใช้ส่วนตัวของผู้เช่าออกจากห้องเช่า ก่อนวันนัดหมายส่งมอบห้อง
  3. ทำความสะอาดห้องเช่าให้เรียบร้อย เหมือนกับวันแรกที่ย้ายเข้า  ทั้งห้องนอน,ห้องน้ำ,ครัว,ระเบียง,พื้น,ผนัง 
  4. ตรวจสภาพการใช้งานสิ่งของต่างๆ หากชำรุดควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบห้อง  เช่น สีผนัง, พื้นลามิเนต, พื้นกระเบื้อง, กลอนประตู เป็นต้น
  5. ตรวจสอบการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
  6. เมื่อถึงเวลาส่งมอบห้อง เจ้าของห้องจะทำการตรวจสภาพห้องและประเมินความเสียหายที่พบเจอ 
  7. ตกลงค่าเสียหายให้เรียบร้อยและนัดหมายวันที่จะได้รับคืนเงินประกัน ภายใน 15 วันหลังจากส่งมอบห้อง 


วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อยากมีเงินเก็บ มาสำรวจตำแหน่งบันไดและประตูบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

บันไดบ้านกับประตูบ้าน เป็นตำแหน่งที่สัมพันธ์กัน

การเข้าขึ้นไปยังจุดที่สูงหรือจุดมุ่งหมาย ต้องมีบันไดที่ดีในการปูทางให้เราเดินก้าวขึ้นไป หากบันไดชำรุด ผุพัง ก็อาจจะทำให้เราสะดุดหกล้ม ตกหล่นลงมาได้ง่าย แต่หากว่าบันไดนั้นแข็งแรง ทนทาน ก็ย่อมเป็นฐานที่ทำให้เราก้าวได้อย่างมั่นใจ และมั่นคงเช่นกัน บ้านก็เช่นเดียวกัน บ้านไหนที่มีมากกว่า 1 ชั้น ก็ต้องมีบันไดเพื่อขึ้นไปบนชั้นอื่น การสร้างบันได ไม่ใช่จะสร้างอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้มีความแข็งแรง ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย และเกิดอุบัติเหตุต่อสมาชิกในครอบครัวได้ง่าย


ฮวงจุ้ยโดย : อาจารย์ ตันมิงฉัน
ผู้แปล : ไอรีน เป 100 วิธี 
ฮวงจุ้ยน่ารู้เรียบเรียงโดย : บ้านไอเดีย




ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยจีน เชื่อว่า บันไดเป็นทางผ่านของพลังและยังเป็นจุดที่เพิ่มพลังให้กับบ้านได้หากสร้างให้ถูกวิธี ลักษณะของบันไดบ้านที่ดีมีดังต่อไปนี้


  • บันไดบ้านไม่ควรอยู่ตรงกับประตูหน้าบ้าน เพราะประตูหน้าบ้านเป็นทางเข้าของพลัง หากพลังมาเจอบันไดที่กรีดขวางอยู่ ก็สามารถทำให้พลังนั้นลดลง หรือบั่นทอนไปได้
  • บันไดบ้านไม่ควรอยู่ใกล้กับประตูหน้าบ้านที่หันไปทางทิศใต้  เพราะในช่วงเวลาที่แดดส่องเยอะ หากสะท้อนเข้ามาในบ้านพอดี จะทำให้หน้ามืด มองไม่ชัด สายตาพร่ามัว อาจจะเกิดอุบัติเหตุจากการขึ้นลงบันไดได้
  • บันไดบ้านไม่ควรอยู่ใกล้กับประตูหน้าบ้านที่หันไปทางทิศเหนือ เพราะในฤดูหนาวลมจะพัดเข้ามาในบ้าน และพัดขึ้นไปชั้นบน ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของคนในครอบครัว
  • บันไดบ้านควรหันไปคนละทางกับประตูหน้าบ้าน จึงจะเป็นบันไดที่ดี มีผลดีต่อพลัง และสมาชิกในครอบครัว
ทั้งนี้ หากบันไดของคุณตรงกับประตูหน้าบ้านแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่ อาจจะหากฉากกั้นมากั้นระหว่างบันไดกับประตู หรือจัดวางตู้โชว์ บิลท์อิน หรือทาบันไดเป็นสีขาวก็ได้ ก็สามารถแก้เคล็ดดังกล่าวนี้ได้
บทความโดย : banidea.com



ข้อห้ามเกี่ยวกับตำแหน่ง บันไดบ้าน


ตามหลัก ฮวงจุ้ย บันไดบ้าน เป็นอีกจุดที่มีความสำคัญไม่ต่างจากจุดอื่นของบ้าน เนื่องจาก บันไดบ้าน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบน ถ้าวางตำแหน่ง บันไดบ้าน ผิด ย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอน

1. บันไดบ้าน ไม่ควรทิ่มออกมาตรงปากประตูบ้าน โดยตรงจึงถือว่าผิดกับหลักฮวงจุ้ย  ส่งผลกระทบด้านหน้าที่การงาน โชคลาภ สุขภาพ และ ความสัมพันธ์ในครอบครัว หากท่านมีปัญหาในเรื่องต่างๆเหล่านี้  บันไดบ้าน ที่ทิ่มออกหน้าประตูบ้านอาจจะเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบในทางศาสตร์ฮวงจุ้ย ได้เช่นเดียวกัน ท่านสามารถแก้ไขได้โดยการนำฉากโต๊ะชั้นวางของเล็กๆ มาวางขวางตรงทางลงบันไดไว้

2. บันไดบ้าน ไม่ควรเทออกจากประตูห้องนอนในระยะกระชั้น ห้ามวางบันไดในบ้านตรงกับประตู” การเงินจะไหลออกนอกบ้านทันที

3.ควรมีชานพักคั่นกลาง บันไดบ้าน เพื่อป้องกันการสภาพการไหลของกระแสอากาศที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาบริเวณ บันไดบ้าน เพราะเพื่อช่วยให้คนใช้งานบันไดได้พักในขณะเดินได้ ในกรณีที่เป็นผู้สูงอายุ หรือ ถือของหนักๆ ดังนั้นบันไดเวียนจะถือว่าเป็นบันไดที่ไม่ถูกต้องทั้งหลักฮวงจุ้ยและหลัก สถาปัตยกรรมศาสตร์

4. บันไดบ้าน ควรมีจำนวนขั้นเป็นเลขคี่ (นับตั้งแต่ขั้นที่เริ่มจนถึงขั้นสุดท้ายก่อนถึงชานพักหรือชั้นถัดไป) ในข้อนี้ไม้เกี่ยวกับความเป็นมงคลของเลขคี่แต่อย่างใด


5.ขนาดของ บันไดบ้าน ที่เหมาะสม เพื่อให้การเดินขึ้นลงภายในบ้านสะดวก ขนาดของบันไดที่ดีควรจะมีขนาดดังนั้น ความกว้างไม่ควรต่ำกว่า 1 เมตร ขนาดที่เหมาะสมที่สุดอยู่ที่ 1.2-1.5 เมตร ความสูงอยู่ที่ระหว่าง 15-20 ซม. โดยความสูงที่ดีที่สุดอยู่ที่ 17.5 ซม. และความลึกของบันไดอยู่ที่ 25-30 ซม

6.ห้ามวางตำแหน่ง บันไดบ้าน อยู่กลางบ้าน ตำแหน่งใจกลางของบ้าน ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นตำแหน่งหัวใจของบ้านเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการจะนำอะไรไปวางในจุดนี้จะต้องพิจารณาให้มากตำราฮวงจุ้ยอธิบาย ไว้ว่า เจ้าของบ้านจะอยู่ไม่ติดบ้าน เป็นประเภทชีพจรลงเท้า เนื่องจากบันไดมีสภาพที่เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่งนั่นเอง นอกจากนี้เจ้าของบ้านยังอาจเป็นโรคหัวใจได้ง่ายอีกด้วย เพราะตำแหน่งหัวใจมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
กรณีที่จำเป็นจะต้องทำ บันไดบ้าน บริเวณประตูทางเข้าบ้าน ให้เลี่ยงมาทำด้านข้างแทน เพื่อให้บริเวณหน้าประตูเป็นชานพัก แต่ต้องระวังอย่าทำบันได 2 ข้าง ในลักษณะเดินขึ้นข้างหนึ่ง แล้วไปลงอีกข้างหนึ่ง จะเข้าข่ายบันไดเมรุเผาศพ คนโบราณถือว่าอัปมงคลยิ่งเพียงแต่ว่าบันไดอยู่ในบ้านเท่านั้น อย่าลืมเรื่องระยะห่าง ยิ่งบันไดใกล้ประตูยิ่งมีผลกระทบมาก ถ้าหาฉากมากั้นระหว่างประตูกับบันไดได้ก็จะเป็นการแก้ไขที่ดี เพราะการโยกย้ายบันไดเพื่อหลบประตูคงทำได้ยาก


ดังนั้นเพื่อการจัดฮวงจุ้ยให้ได้ผลที่ดีที่สุดนั้นการวาง บันไดบ้าน ควรได้รับการ วางให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยตั้งแต่ช่วงออกแบบบ้าน เพราะบันไดนั้นถือเป็นโครงสร้างหนึ่งของบ้านที่ไม่สามารถแก้ไขทีหลังได้
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://horoscope.mthai.com/horoscope-highlight/9099.html








บันไดบ้าน คือ ทางเดินของมังกรตามศาสตร์ฮวงจุ้ย

สำหรับคนที่กำลังจะซื้อบ้าน ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือกำลังจะสร้างบ้าน นอกจากความสวยงามทางสถาปัตย์ พื้นที่การใช้สอยแล้วส่วนใหญ่คงต้องคำนึงถึงศาสตร์ของฮวงจุ้ย 
คงเคยได้ยินการเปรียบเทียบตามศาสตร์ฮวงจุ้ยว่า "บันไดบ้านคือทางเดินของมังกร" ซึ่งถือว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ให้ความสำคัญกับบันได ที่เชื่อกันว่ามีการบัญญัติหลักวิชานี้ภายหลังในสมัยเฉียนหลงแห่งราชวงค์ชิง ซึ่งเป็นรัชสมัยที่ให้ความสำคัญความสำคัญในเรื่องของทำเลและการดูดาว ดังที่มีเรื่องเล่าว่า จักรพรรดิเฉียนหลงได้ให้สร้างหอดูดาวที่ให้สูงเท่ากับหอหลิงไถ สมัยราชวงศ์เซี่ย สามพันกว่าปีโดยประมาณ เพื่อคอยดูดาวกษัตริย์ หรืออ๋องชายแดนที่จะกระด้างกระเดื่องกบฏต่อแผ่นดินของพระองค์ โดยพระองค์จะเสด็จขึ้นลงหอนี้เป็นประจำ

ดังนั้น จึงใช้คำว่า "บันไดคือทางเดินของมังกร" เพราะสมัยนั้นเริ่มมีบ้านที่ต้องขึ้นบันได และก็จะมีแต่ในราชวังหรือบ้านของขุนนางหรือคหบดีเท่านั้น

ปัญหาคือเขามีหลักในการสร้างบันไดบ้านให้สมกับคำว่า "ทางเดินของมังกร" อย่างไร

ข้อแรก บันไดบ้านต้องกว้างขวางโอ่โถง ไม่คับแคบจนเดินสวนทางกันไม่ได้เพราะต้องเป็นทางเดินของมังกรที่ตัวใหญ่เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกและสง่างาม พูดง่าย ๆ นอกจากตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยแล้ว คนที่อาศัยนั่นแหละจะได้เดินขึ้นลงสะดวก รวมถึงเมื่อการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์อย่างน้อยก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น และหลายท่านอาจเคยมาแล้วที่ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่มีบันไดคับแคบว่ามันลำบากขนาดไหน

ข้อสอง บันไดต้องไม่ชัน ระยะช่วงห่างที่ไม่ประชิดถี่เกินไป จะทำให้การเดินลำบากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ อาจทำให้แข้งขา ข้อเท้า รวมถึงกระดูกมีปัญหาไปจนถึงสะโพก และในศาสตร์ของฮวงจุ้ยเขาจะถือว่าหากบันไดบ้านชันเดินไปอาจผลทำให้เป็นคนทำอะไรผิดจังหวะ เก็งหรือประเมินสถานการณ์ผิดพลาดได้

ข้อสาม นับจำนวนก้าวให้เป็นเลขคี่ ซึ่งหมายถึงความกระตือรือล้น และก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มักได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่ ข้อนี้เป็นหลักความเคยชินของการก้าวขึ้นลงบันไดที่คนส่วนใหญ่มักจะชินกับบันไดที่มีจำนวนเลขคี่ หากเกิดมีเลขคู่อาจสะดุดหกล้มได้เหมือนกัน

ข้อสี่ อย่าไปกังวลเรื่องบันไดจะวนซ้ายวนขวา ที่สำคัญอย่าลงบันไดแล้วประจันหน้าไปด้านทิศตะวันตก ทางศาสตร์ของฮวงจุ้ยแล้วเขาว่ากันว่า ทรัพย์สินจะสูญหายได้ง่าย การเงินจะติดขัดเงินทองจะรั่วไหล ขโมยจะขึ้นบ้าน อ้าว..! แล้วบ้านท่านที่สร้างไปแล้วทำไงผู้รู้ทั้งหลายมักจะบอกวิธีแก้ด้วยการเอากระจกบานใหญ่ ๆ ขนาดที่สะท้อนตัวเราให้เห็นทั้งตัวมาติดตรงผนังด้านตรงข้าม ข้อนี้ถ้าจะให้มองด้วยเหตุด้วยผลแล้ว บันไดที่หันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งมักจะเป็นทิศหลังบ้าน หากใครขึ้นลง คนหน้าบ้านอาจมองไม่เห็น หากมีกระจกบานใหญ่ก็น่าจะช่วยได้




วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

How to rent out your home/condominium in Bangkok

How to rent out your home/condominium in Bangkok

Bangkok's condominium market is increasing 7-8% in both Bangkok and he provinces in year 2013. In the first quarter of this year, the Greater Bangkok market recorded sales worth Bt88.39 billion, down 0.4 per cent from the same period last year. In terms of volume, however, the metropolitan market increased 2 per cent year on year to 32,371 units.
According to the information above, there are many owner/landlord consider to invest their property by renting out. the qeustion is how to earn money from the investment.

  • Make sure your home/property is pleasing to the eye
The appearance of property, location is the important point to outstanding your home attracting the customer who looking for home to stay. Cleaning, lawning grass, painting all maintenance should be keep in neat and complete. Consulting real estate agent (please click to read) is the shourt cut to promote your home to hte mass.

  • Set a competitive monthly rent 
Search and servey the market through website, advertising and agent. The owner should offer their propertymore superior than others by adding furniture , appliances and furnish some detail. Agent will help you to make an estimation setting the rental rate (inititate your money to decorate and calculate ROI). For example of Sukhumvit area , new building start 18,000 THB/month for 1 bedroom (size 30-35 sq.m.).

  • Promote your home to the masses 
It is not easy to meet the customer in short period of time. The owner should advertise their property in newspaper, magazine,Tv, website and others channel. To minimize your investment, Agent knows how to connest with customer.

  • Screen potential candidates 
Who is your tenant for one period of time in a good condition?The owner need agent to screen the good customer in terms of payment, neat, and excellent credit for preventing from damage, dirty and lost.

  • Rent with fairness 
To aviod misunderstanding and misleading,The owner and tenant need to meet and talk to each other in order to match fair regulations. They should understanding the meaning of each rule in rental contract.

Want to consult with the agent, please cilck the link http://threeplushome.blogspot.com/2012/04/blog-post_29.html  to learn more benefit from our service.

Find out more property rent out in Bangkok , please click the link http://threeplushome.blogspot.com/http://threeplushome.blogspot.com/

Make an appointment with agent
Contact mobile/ sms : 086313-4409
Email: threeplushome@gmail.com 



วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

The Lease(tenancy) agreement in Thailand

Translation Thailand lease law

   Lease or rent of land, house or condominium for residential purpose by foreigners is governed by civil and commercial code sections 537 to 571. Foreigners are under Thai law allowed to lease real estate property for up to 30 years and the law is applied in the same manner if the lessee is a foreign or Thai national.

Lease term and registration of the lease agreement
      A lease (rental) agreement exceeding 3 years must be registered with the local land office to be enforceable over 3 years. The lease must in any case be registered with the land department within 3 years of signing and beginning of the agreement. Under the civil and commercial code the maximum lease term shall not be over 30 years. Any longer term in the contract to lease shall automatically be reduced back to 30 years (section 540). Also pre-signed or pre-agreed lease renewals are not accepted under Thai law and any agreed consecutive lease terms shall be deemed as part of one lease and reduced to 30 years (section 546). A lease may only be renewed upon expiration of the lease but it must not exceed thirty years from the time of renewal.
Legal aspects of lease and rental in Thailand
Characteristics of long term tenancies of land and/or house or apartment:
  1. A written rental or lease agreement is enforceable by legal action (a verbal agreement not);
       II.      A rental or lease up to 3 years can be written in another language and does not need to be registered with the land department;
     III.      A rental or lease agreement exceeding 3 years term must have a Thai script version registered with the land department;
    IV.      A lease agreement can only be registered over titled property (land with a proper title deed)
      V.      A registered leasehold cannot exceed a term of 30 years, the term may be renewed after that, but renewal options are as mere personal contract promises not binding upon third parties such as successors;
    VI.      A lease agreement in essence creates for the lessee a personal right of use and possession and he can only sub-lease or sell (assign) his leasehold interest to another person if this is agreed in the lease agreement;
   VII.      A lease is under Thai hire of property laws automatically terminated upon death of the lessee, but not upon death of the owner (section 569);
  VIII.      A lease registration fee (for registered leases exceeding 3 years) shall be collected at the rate of 1% of the total rental throughout the lease term and stamp duty shall be collected at the rate of 0.1%, also over the total rental throughout the lease term;
    IX.      A sublease, rental or lease income is subject to personal income tax.
   In a leasehold purchase by a foreigner in Thailand the most complicated part of the transaction is the drafting of the terms and conditions and structuring the lease in a way that it offers the best protection for the foreign leasehold. The lease agreement must be drafted by an experienced property legal professional and include the necessary protection or the lease may not be enforceable throughout the term (e.g. terminated upon death of the lessee). There are various ways to draft a lease or hire of property agreement in Thailand, but generally the lease agreement must be written in Thai and comply with the civil code and land office guidelines. The lease with a foreigner must under these guidelines be will be examined by the land official before registration and can for example not include the right to transfer to freehold or prepaid additional lease terms in a renewal option.
Example Rental agreement pdf file 

reference: tranlation Thialand lease law

For more info: please feel free contact via Email: threeplushome@gmail.com